Xtreme Trim RDS-X Rapid
Release System (Vitamin World 27616)
สุดยอดสูตรลดน้ำหนัก
ช่วยในการเผาพลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประกอบไปด้วยพลังงานที่ช่วยสงเสริมการทำงาน
เม็ดเป็น Softgel ช่วยให้การดูดซึมและการทำงานเร็วและดียิ่งขึ้น
สูตรยาในระดับเภสัชกรรม
• Pharmaceutical grade formula
• Contributes to a toned and defined physique
• Neuromuscular and intensity stimulator
• Features extreme biochemical thermogenic compounds
• Contains potent energy boosting ingredients
• Rapid release softgel technology provides quick release
Xtreme Trim RDS-X helps jack up your mental focus and intensity for
every workout.** It provides you with a surge of intensity while you’re
training, plus extreme support for your physique-shaping goals.** When
taken with meals, Xtreme Trim RDS-X boosts the thermogenic effect of
food consumption to support your metabolism.** The synergistic blends
help to stimulate cellular enzymes involved in energy metabolism.
สนใจสั่งซื้อ Xtreme Trim
แนะนำสรรพคุณ อาหารเสริม สำหรับบุคคลที่สนใจ รักษาสุขภาพตัวเอง ให้ดูดี อยู่เสมอ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารเพิ่มการเผาพลานไขมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารเพิ่มการเผาพลานไขมัน แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
Weider Fat Burner with Green Tea ช่วยเผาพลานไขมัน
ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมจากธรรมชาติ สูตรพิเศษเพื่อลดน้ำหนัก
Weider Fat Burners เป็นสูตรเฉพาะร่วมรวมสมุนไพร
สรรพคุณ
- เพื่อช่วยในการเผาผลาญอาหาร
- เพิ่มพลังงาน
- มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ
- โคเมียมจะช่วยให้การเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน
- มีแพลงก์ตอนพืชทะเลเพื่อเพิ่มการดูดซึมและการใช้ประโยชน์จากสารอาหาร
สนใจสั่งซื้อ Weider Fat Burner with Green Tea
Weider Fat Burner with Green Tea สูตรลดน้ำหนัก ได้ผลดีเยี่ยม
ผลิตภัณฑ์ส่วนผสมจากธรรมชาติ สูตรพิเศษเพื่อลดน้ำหนัก
Weider Fat Burners เป็นสูตรเฉพาะร่วมรวมสมุนไพร
สรรพคุณ
- เพื่อช่วยในการเผาผลาญอาหาร
- เพิ่มพลังงาน
- มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ
- โคเมียมจะช่วยให้การเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน
- มีแพลงก์ตอนพืชทะเลเพื่อเพิ่มการดูดซึมและการใช้ประโยชน์จากสารอาหาร
สนใจสั่งซื้อ Weider Fat Burner with Green Tea
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
สารเพิ่มการเผาพลานไขมัน L-Carnitine
L-Carnitine : เพื่อรูปร่างและสุขภาพที่ดี
ใน ปัจจุบันเราคงเคยได้พบเห็นโฆษณาเกี่ยวกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลายยี่ห้อ ที่มีส่วนผสมของสาร L-Carnitine ซึ่งส่วนใหญ่มักสื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงประโยชน์ของ L-Carnitine ในประเด็นที่ช่วยทำให้หุ่นหรือรูปร่างดีขึ้นโดยเฉพาะผู้หญิง ส่วนผู้ชายก็สื่อถึงรูปร่างสมชายชาตรีที่มีกล้ามเป็นมัด หน้าท้องซิกแพ็ค ดังนั้นเราจึงมักรู้จัก L-Carnitine ในบทบาทของการช่วยลดน้ำหนักทำให้รูปร่างดูดี แต่ในความเป็นจริงนอกเหนือจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว L-Carnitine ยังมีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายในอีกหลายๆด้าน ดังนั้นเรามาเริ่มทำความรู้จักและเข้าใจสารอาหารชนิดนี้กันให้มากขึ้น
แหล่งที่มาของ L-Carnitine
L-Carnitine เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตได้เองจากตับและไต โดยสามารถสังเคราะห์จากกรดอะมิโน2ชนิด คือ ไลซีน (Lysine) และ เมไทโอนีน(Methionine) พร้อมกับอาศัยตัวเร่งให้เกิดการสังเคราะห์ (Catalyst)ได้แก่ วิตามิน C, วิตามิน B3 (Niacin),วิตามิน B6 (Pyridoxin) และธาตุเหล็ก
ในอาหารเราจะพบสาร L-Carnitine ได้ในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เนื้อแดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม ผลไม้ ได้แก่ ผลอะโวกาโด(Avocado) ธัญพืช ผักใบเขียว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก ดังนั้นผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นประจำอาจเกิดปัญหาร่างกายขาดแคลน L-Carnitineได้
หน้าที่หลักของ L-Carnitine
L-Carnitine ที่ ถูกสร้างขึ้นในร่างกายจะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อลายเช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บที่กล้ามเนื้อหัวใจ สมองและสเปิร์ม หน้าที่หลักของ L-Carnitine คือการช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าสู่ Mitochondria เพื่อใช้ในเซลล์ต่างๆ ซึ่งเป็นการนำพาไขมันต่างๆไปเปลี่ยนเป็นพลังงานนั่นเอง ดังนั้นหากร่างกายขาดสาร L-Carnitine หรือ มีไม่เพียงพอที่จะนำพาโมเลกุลไขมันไปเผาผลาญจะเกิดปัญหาสุขภาพอันเนื่องมา จากร่างกายมีการสะสมของไขมันมากเกินไป และจะเกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือดซึ่งอาจ จะส่งผลต่อการยืดหยุ่นของหลอดเลือดและนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจเกิดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึม และเหนื่อยง่าย
ประโยชน์ของ L-Carnitine
1) การลดน้ำหนัก
ในกลุ่มคนที่มีความต้องการลดน้ำหนักหรือลดไขมันสะสม L-Carnitine เป็นทางเลือกที่ดีของผู้ที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารจากธรรมชาติ เนื่องจากมีการทดลองนำเอา เซลล์ไขมัน ( Adipose Tissue ) ของคนอ้วนมาทำการวิเคราะห์พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี L-Carnitine เหลืออยู่เลย และมีผลการวิจัยที่ยืนยันว่า L-Carnitine มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน และลดน้ำหนักลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในหมู่ของนักกีฬายกน้ำหนักหรือผู้ชายที่ออกกำลังกายยกน้ำหนัก จะใช้ L-Carnitine เพื่อต้องการเสริมสร้างกล้ามให้ได้รูปชัดเจนขึ้น เนื่องการมีการนำไขมันจากบริเวณดังกล่าวไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงงาน
L-Carnitine ซึ่งแม้ว่าจะพบมากในสัตว์เนื้อแดงก็ตาม แต่ปริมาณที่ได้จากการทานใน 1 วัน จะให้กรดอะมิโนดังกล่าวเพียง 50-200 mg.เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงไขมันสะสมไปเป็นพลังงาน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำปริมาณที่เหมาะสมของ L-Carnitine สำหรับการลดน้ำหนักที่ขนาด 500-2,000 mg. ต่อวัน
2) เพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกาย
L-Carnitine มี ผลช่วยให้ร่างกายมีสมรรถภาพในการออกกำลังกายได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพลังงานจากไขมันส่วนหนึ่งจะไปช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกายให้แข็ง แรงขึ้นได้ สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น มีความทนทานมากขึ้นและป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมา จากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่สนับสนุนว่า ในการให้นักกีฬาที่มีอาการของโรคร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรัง 7 คน รับประทาน L-Carnitine เสริมกับการฝึกซ้อม พบว่านักกีฬาสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยปราศจากอาการอ่อนเพลีย โดย L-Carnitine ช่วยให้นักกีฬาทั้ง 7 คน มีสมรรถภาพทางการวิ่งได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 6%
3) ผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ
L-Carnitine ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์(Ttriglycerides)อยู่ในระดับต่ำและช่วยเพิ่มระดับ คอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ (HDL-คอ เรสเตอรอล) ในเลือด ดังนั้นจึงช่วยลดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดัน โลหิตสูงตามมา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย
4) เพิ่มสมรรถภาพของระบบสืบพันธุ์ในผู้ชาย
การศึกษาทางการแพทย์พบว่าในการผลิตเชื้ออสุจิ ( sperm ) จำเป็นต้องใช้ L-Carnitine เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของอสุจิ และในการวิจัยพบอีกว่า ในท่อนำอสุจิมีปริมาณของ L-Carnitine เข้มข้นอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเชื้ออสุจิต้องการพลังงานในการ oxidation และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไขมันให้อยู่ในรูป Mitochondria ซึ่งมีส่วนสำคัญในการให้พลังงานกับอสุจิเพื่อใช้ในการสร้างส่วนหางเพื่อการ เคลื่อนที่ที่รวดเร็วของอสุจิ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ L-Carnitine ในปริมาณที่เข้มข้น
จากผลการวิจัยพบว่าการเสริม L-Carnitine สามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรค idiopathic asthenospermia หรือเรียกว่า โรคเกี่ยวกับการที่อสุจิเคลื่อนที่ช้าผิดปกติมีอาการดีขึ้นได้ โดยการวิจัยกับผู้ป่วยจำนวน 100 คน ให้รับประทาน L-Carnitine ขนาด 3 กรัม/วัน เป็นเวลา 4 เดือน พบว่าผู้ป่วยทุกคนมีอาการดีขึ้น โดยมีการเคลื่อนที่ของอสุจิเพิ่มขึ้น และยังช่วยในการเพิ่มจำนวนของตัวอสุจิมากขึ้นด้วย และมีผลการวิจัยที่คล้ายคลึงกัน โดยให้ผู้ป่วย asthenospermia รับประทาน L-Carnitine ขนาด 3 กรัม/วัน เช่นเดียวกันเพื่อวัดความเร็วของอสุจิ พบว่ามีผู้ป่วย 37 คน จากทั้งหมด 47 คน ที่มีความเร็วของอสุจิเพิ่มขึ้นและทุกคนมีค่าเฉลี่ยของจำนวนตัวอสุจิเพิ่ม ขึ้นเช่นเดียวกับงานวิจัยแรก
ขนาดที่ใช้และข้อแนะนำในการรับประทานL-Carnitine
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการรับประทานL-Carnitine เพื่อให้ผลในการลดปริมาณไขมันในร่างกายนั้นจะต้องรับประทานควบคู่กับโปรแกรม การออกกำลังกาย เนื่องจากลักษณะการทำงานของL-Carnitine นั้นเป็นการทำงานตามธรรมชาติ นั่นคือจะทำงานมากขึ้นเมื่อร่างกายมีการออกกำลังกายหรือมีความต้องการ พลังงานอย่างมาก ร่างกายของเราจะดึงเอา L-Carnitineมา ใช้เพื่อช่วยดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ตามแหล่ง ๆ ของร่างกายให้ถูกย่อยสลายออกเป็นกรดไขมันอิสระในเลือด แล้วนำเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปย่อยสลายหรือเผาผลาญเป็นพลังงานตามความต้องการ ของร่างกายอีกต่อหนึ่ง
ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ วันละ 500 ถึง 2,000 มิลลิกรัม ในนักกีฬาหรือคนที่รับประทาน L-Carnitineเสริม สำหรับการเล่นกีฬา เพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ก็ควรต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 อาทิตย์ โดยไม่แนะนำให้รับประทานติดต่อกันเกินกว่า 6 เดือน เนื่องจากอาจจะทำให้ร่างกายของเราขาดกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ อีก 19 ชนิดได้ แต่ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานให้หยุดพักทุก 6 เดือน แล้วในระหว่างที่หยุดพักควรรับประทานกรดอะมิโนชนิดอื่น ๆ ให้ครบทั้ง 20 ชนิดร่วมด้วย และการรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม หรือไข่ ก็พบว่าสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน
ผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการรับประทาน L-Carnitine
เนื่องจาก L-Carnitineเป็นสารที่ได้จากธรรมชาติ ดังนั้นยังไม่มีการวิจัยใดที่พบว่าการรับประทาน L-Carnitineจะ ทำให้เกิดอาการข้างเคียงหรือเกิดความเป็นพิษ โดยเฉพาะหากรับประทานตามขนาดที่แนะนำ แต่ก็มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัม ต่อวัน หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ ส่วนอาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น มีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัวและเกิดอาการผื่นแดง สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่อ อาหารโปรตีน เช่น ไข่ นมหรือข้าวสาลีไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริม แอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบและสตรีมีครรภ์ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าจำเป็นก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
สั่งซื้อ L-Carnitine ได้ ที่นี้เลยค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
