แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ราสเบอร์รี่ คีโตน Raspberry ketones ลดความอ้วนได้ดีเยี่ยม

ราสเบอร์รี่ คีโตน เป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก  ใหม่ล่าสุด !
ราสเบอร์รี่คีโตน Raspberry ketones ลดน้ำหนักขายดีทั่วอเมริกา
จากการวิจัยแพทย์อันดับ 1 ด้านโภชนาการ ของอเมริกา


     การวิจัยใหม่ล่าสุด ของ ดร.ออนซ์ ผู้เชียวชาญด้านโภชนาการ อันดับ 1 ของอเมริกา  ได้ทำการวิจัย ราสเบอร์รี่ คีโตน นั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว
     ดร.ออนซ์ได้พูดในรายการทอล์คโชว์ของเขา “ Dr.Oz Show” จึงทำให้เป็นที่รู้จักและกล่าวถึงกันมากขึ้น ออกรายการโทรทัศน์หลายช่องด้วยกัน พูดถึง ราชเบอร์รี่ คีโตน คือ “#1 มหัศจรรย์ในขวดเพื่อเผาผลาญไขมันของคุณ”
     ตั้งแต่มีการนำเสนอในรายการของดอกเตอร์ออซ ความต้องการของสิ้นค้าก็มีมากขึ้นทั่วโลก มันถูกขนานนามว่าเป็น ตัวฟื้นฟูเมตาโบลิซึ่มและระเบิดไขมัน



ลดความอ้วน

ราสเบอร์รี่คีโตน เป็นสารประกอบฟีนอลธรรมชาติที่เป็นสารหอมหลักของราสเบอร์รี่สีแดง โดยจะใช้ในการผลิตน้ำหอมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเป็นอาหารเสริมเพื่อปรับ แต่งกลิ่นผลไม้
Raspberry Ketone เป็นเอนไซม์จากธรรมชาติซึ่งสกัดมาจากราสเบอรี่ มันช่วยเพิ่มกันหลั่งของ adiponectin ซึ่งช่วยควบคุมกระบวนการเมตาโบลิซึ่ม รวมทั้งควบคุมการสลายกลูโคสและไขมัน เมื่อรับประทานทุกวันช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและยังช่วยให้น้ำหนักลดอีกด้วย


สนใจสั่งซื้อ Raspberry Ketones

คุณประโยชน์ ของราสเบอร์รี่  คีโตน

- ช่วยลดเอว
- เพิ่มระบบเผาผลาญ
- ลดความอยากอาหาร
- สลายไขมันหน้าท้อง
- ช่วยลดน้ำหนัก
- สารนี้ควบคุมโปรตีนที่อยู่ในร่างกายเพื่อ  เร่งการเผาผลาญ (เมตาบอลึซึม)และลดขนาดเซลล์ไขมัน ช่วยเผาผลาญไขมันได้โดยไม่ต้องควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย
- ช่วยเหนี่ยวนำเอ็นไซม์ไลเปส ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงาน
- สลายไขมัน ตามส่วนต่างของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก แขน ขา ให้กระชับและเฟริมขึ้น
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Anti-oxidant)ช่วยรักษาเซลล์จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
- ป้องกันไม่ให้เกิดการเพิ่มขึ้นของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด     
- เป็นสารชลอการชรา (Anti-aging)
- ลดความอยากอาหาร ปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียง

ลักษณะการทำงานของราสเบอร์รี่ คีโตน แบ่งเป็น 2 ส่วน

1. ระดับเซลล์  ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงานภายในเซลล์เพิ่มขึ้น จึงทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เมื่อไขมันแตกตัวเส้นเลือดฝอยก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ(สลายไขมันใน เซลล์)
2. ระดับร่างกาย จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินลดการสะสมของไขมัน ช่วยควบคุมน้ำหนักโดยไม่มีผลข้างเคียง และไม่ก่อให้เกิดโยโย่เอฟเฟ็ค **ปกติเราจะทานแป้ง( คาร์โบไฮเดรท)เป็นหลัก  ร่างกายเราก็จะแปลง คาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ไปยังโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคสที่สามารถประมวลผลโดยร่าง กายเพื่อไปสร้างพลังงานที่จำเป็นในการใช้พลังงานของระบบร่างกาย แต่ที่สำคัญ  **ถ้าน้ำตาลกลูโคสไม่ได้แปลงเป็นพลังงาน ก็จะถูกเก็บสะสมในรูปไขมัน และก่อให้เกิดโรคอ้วน

ปริมาณสารอาหารต่อหนึ่งแคปซูล
Raspberry Ketone 100mg

วิธีรับประทาน

รับประทาน ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร


สนใจสั่งซื้อ Raspberry Ketones

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

L-Carnitine and Raspberry Ketones อาหารเสริมลดน้ำหนัก มาแรงสุดๆในอเมริกา

ราสเบอร์รี่ คีโตน เป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก  ใหม่ล่าสุด !
ราสเบอร์รี่คีโตน Raspberry ketones ลดน้ำหนักขายดีทั่วอเมริกา
จากการวิจัยแพทย์อันดับ 1 ด้านโภชนาการ ของอเมริกา

     การวิจัยใหม่ล่าสุด ของ ดร.ออนซ์ ผู้เชียวชาญด้านโภชนาการ อันดับ 1 ของอเมริกา  ได้ทำการวิจัย ราสเบอร์รี่ คีโตน นั้นสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว
     ดร.ออนซ์ได้พูดในรายการทอล์คโชว์ของเขา “ Dr.Oz Show” จึงทำให้เป็นที่รู้จักและกล่าวถึงกันมากขึ้น ออกรายการโทรทัศน์หลายช่องด้วยกัน พูดถึง ราชเบอร์รี่ คีโตน คือ “#1 มหัศจรรย์ในขวดเพื่อเผาผลาญไขมันของคุณ”
     ตั้งแต่มีการนำเสนอในรายการของดอกเตอร์ออซ ความต้องการของสิ้นค้าก็มีมากขึ้นทั่วโลก มันถูกขนานนามว่าเป็น ตัวฟื้นฟูเมตาโบลิซึ่มและระเบิดไขมัน


ลดความอ้วน

ราสเบอร์รี่คีโตน เป็นสารประกอบฟีนอลธรรมชาติที่เป็นสารหอมหลักของราสเบอร์รี่สีแดง โดยจะใช้ในการผลิตน้ำหอมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเป็นอาหารเสริมเพื่อปรับ แต่งกลิ่นผลไม้
Raspberry Ketone เป็นเอนไซม์จากธรรมชาติซึ่งสกัดมาจากราสเบอรี่ มันช่วยเพิ่มกันหลั่งของ adiponectin ซึ่งช่วยควบคุมกระบวนการเมตาโบลิซึ่ม รวมทั้งควบคุมการสลายกลูโคสและไขมัน เมื่อรับประทานทุกวันช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและยังช่วยให้น้ำหนักลดอีกด้วย



สนใจสั่งซื้อ L-Carnitine and Raspberry Ketones
 
คุณประโยชน์ ของราสเบอร์รี่  คีโตน

- ช่วยลดเอว
- เพิ่มระบบเผาผลาญ
- ลดความอยากอาหาร
- สลายไขมันหน้าท้อง
- ช่วยลดน้ำหนัก
- สารนี้ควบคุมโปรตีนที่อยู่ในร่างกายเพื่อ  เร่งการเผาผลาญ (เมตาบอลึซึม)และลดขนาดเซลล์ไขมัน ช่วยเผาผลาญไขมันได้โดยไม่ต้องควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย
- ช่วยเหนี่ยวนำเอ็นไซม์ไลเปส ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงาน
- สลายไขมัน ตามส่วนต่างของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก แขน ขา ให้กระชับและเฟริมขึ้น
- เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Anti-oxidant)ช่วยรักษาเซลล์จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
- ป้องกันไม่ให้เกิดการเพิ่มขึ้นของไตรกลีเซอไรด์ในเลือด     
- เป็นสารชลอการชรา (Anti-aging)
- ลดความอยากอาหาร ปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียง

ลักษณะการทำงานของราสเบอร์รี่ คีโตน แบ่งเป็น 2 ส่วน

1. ระดับเซลล์  ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงานภายในเซลล์เพิ่มขึ้น จึงทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เมื่อไขมันแตกตัวเส้นเลือดฝอยก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ(สลายไขมันใน เซลล์)
2. ระดับร่างกาย จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินลดการสะสมของไขมัน ช่วยควบคุมน้ำหนักโดยไม่มีผลข้างเคียง และไม่ก่อให้เกิดโยโย่เอฟเฟ็ค **ปกติเราจะทานแป้ง( คาร์โบไฮเดรท)เป็นหลัก  ร่างกายเราก็จะแปลง คาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ไปยังโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคสที่สามารถประมวลผลโดยร่าง กายเพื่อไปสร้างพลังงานที่จำเป็นในการใช้พลังงานของระบบร่างกาย แต่ที่สำคัญ  **ถ้าน้ำตาลกลูโคสไม่ได้แปลงเป็นพลังงาน ก็จะถูกเก็บสะสมในรูปไขมัน และก่อให้เกิดโรคอ้วน

ประโยชน์ของ L-Carnitine


1) การลดน้ำหนัก

ในกลุ่มคนที่มีความต้องการลดน้ำหนักหรือลดไขมันสะสม L-Carnitine เป็นทางเลือกที่ดีของผู้ที่ประสงค์จะลดน้ำหนักด้วยสารจากธรรมชาติ เนื่องจากมีการทดลองนำเอา เซลล์ไขมัน ( Adipose Tissue ) ของคนอ้วนมาทำการวิเคราะห์พบว่าในเนื้อเยื่อดังกล่าวแทบจะไม่มี L-Carnitine เหลืออยู่เลย และมีผลการวิจัยที่ยืนยันว่า L-Carnitine มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน และลดน้ำหนักลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในหมู่ของนักกีฬายกน้ำหนักหรือผู้ชายที่ออกกำลังกายยกน้ำหนัก จะใช้ L-Carnitine เพื่อต้องการเสริมสร้างกล้ามให้ได้รูปชัดเจนขึ้น เนื่องการมีการนำไขมันจากบริเวณดังกล่าวไปใช้เผาผลาญเป็นพลังงงาน

L-Carnitine ซึ่งแม้ว่าจะพบมากในสัตว์เนื้อแดงก็ตาม แต่ปริมาณที่ได้จากการทานใน 1 วัน จะให้กรดอะมิโนดังกล่าวเพียง 50-200 mg.เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงไขมันสะสมไปเป็นพลังงาน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำปริมาณที่เหมาะสมของ L-Carnitine สำหรับการลดน้ำหนักที่ขนาด 500-2,000 mg. ต่อวัน

2) เพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกาย

L-Carnitine มี ผลช่วยให้ร่างกายมีสมรรถภาพในการออกกำลังกายได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพลังงานจากไขมันส่วนหนึ่งจะไปช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกายให้แข็ง แรงขึ้นได้ สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น มีความทนทานมากขึ้นและป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมา จากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลงานวิจัยที่สนับสนุนว่า ในการให้นักกีฬาที่มีอาการของโรคร่างกายอ่อนเพลียเรื้อรัง 7 คน รับประทาน L-Carnitine เสริมกับการฝึกซ้อม พบว่านักกีฬาสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยปราศจากอาการอ่อนเพลีย โดย L-Carnitine ช่วยให้นักกีฬาทั้ง 7 คน มีสมรรถภาพทางการวิ่งได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 6%

3) ผลดีต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ

L-Carnitine ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์(Ttriglycerides)อยู่ในระดับต่ำและช่วยเพิ่มระดับ คอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ (HDL-คอ เรสเตอรอล) ในเลือด ดังนั้นจึงช่วยลดภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดัน โลหิตสูงตามมา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย

4) เพิ่มสมรรถภาพของระบบสืบพันธุ์ในผู้ชาย

การศึกษาทางการแพทย์พบว่าในการผลิตเชื้ออสุจิ ( sperm ) จำเป็นต้องใช้ L-Carnitine เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของอสุจิ และในการวิจัยพบอีกว่า ในท่อนำอสุจิมีปริมาณของ L-Carnitine เข้มข้นอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเชื้ออสุจิต้องการพลังงานในการ oxidation และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไขมันให้อยู่ในรูป Mitochondria ซึ่งมีส่วนสำคัญในการให้พลังงานกับอสุจิเพื่อใช้ในการสร้างส่วนหางเพื่อการ เคลื่อนที่ที่รวดเร็วของอสุจิ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ L-Carnitine ในปริมาณที่เข้มข้น

วิธีรับประทาน
รับประทานวันละ 2 เม็ด 2 ครั้งต่อวัน หลังอาหาร


 สนใจสั่งซื้อ L-Carnitine and Raspberry Ketones

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Hoodia Goronii สารสกัดจากพืชทะเลทราย ช่วยให้ไม่อยากอาหาร ลดความอ้วน


Hoodia Goronii สารสกัดจากพืชทะเลทราย ช่วยให้ไม่อยากอาหาร

- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก
- สารสกัดมาจากพืชทะเลทราย
- มีส่วนช่วยให้ลดความอยากอาหาร ช่วยให้รู้สึกอิ่ม

   Hoodia Gordonii ถูกค้นพบและถูกใช้โดยชาวแอฟริกัน (เผ่าแซน) จากทะเลทรายคาลาฮาริมากว่าพันปี พวกเขาจะเคี้ยวทานต้น Hoodia สด ๆ สองครั้งต่อวัน เพื่อลดอาการหิว และกระหายน้ำ ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังล่าสัตว์ ต้น Hoodia นี้ ประกอบไปด้วยโมเลกุล p57 ทำหน้าที่เป็นกลูโคสในสมอง กลูโคสที่อยู่ในกระแสเลือดที่เป็นตัวทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น (ไม่มีผลต่อโรคเบาหวานหรือน้ำตาลในเลือดสูงแต่อย่างใด) ซึ่งเมื่อทานไปแล้วจะเป็นตัวควบคุมไม่ให้ร่างกายเกิดความหิว และทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบัน Hoodia Gordonii ถูกนำมาใช้รักษาโรคอ้วน รวมทั้งรักษาความเครียดที่มักจะเกิดขึ้นในคนอ้วน ในวงการแพทย์มาหลายปีแล้ว และผู้ผลิตยาเสริมอาหารส่วนใหญ่ได้นำ Hoodia Gordonii มาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักแล้วส่งขายหลากหลายยี่ห้อทั่วโลก ซึ่งลูกค้าทั่วไปต่างก็พอใจกับผลที่ได้รับจากการรับประทานผลิตภัณฑ์ลด น้ำหนักที่สกัดจาก Hoodia Gordonii

   Hoodia Gordonii ที่มีอายุในช่วง 5 -7 ปี จะมีความสมบูรณ์มากที่สุด และมีประสิทธิภาพในการระงับความรู้สึกหิวได้ดี
บริษัทอื่นๆที่ขาย Hoodia จะได้มาจากจีน, เม็กซิโก และเท็กซัส ซึ่งพบว่าไม่มีส่วนของ active ingredient เช่นเดียวกับที่พบในประเทศแอฟริกาใต้
75% ของ Hoodia ที่วางขายตามท้องตลาด มีประสิทธิภาพไม่เทียบเท่ากับที่มีใน Hoodia Vitamin world


---สนใจสั่งซื้อ Hoodia กดที่นี้ครับ---

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

โครเมียม Chromium มีประโยชน์อย่างไร

 
--- สนใจสั่งซื้อสินค้า Click ที่นี้ ---

โครเมียมทำหน้าที่อะไร


โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อการเจริญเติบโตที่มีสุขภาพที่ดี มันมีความจำเป็นต่อขบวนการแตกของโมเลกุลโปรตีน ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรต รองจาก แคลเซียม แล้ว โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่ได้รับความนิยมมากสำหรับคนอเมริกันที่รับประทานเป็นประจำ และยังเป็นที่ร่างกายต้องการ โครเมียม ในปริมาณ 50 – 200 ไมโครกรัมต่อวัน โครเมียม มีส่วนในการช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ (ในขบวนการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต) ในงานวิจัยพบว่า โครเมียม เป็นส่วนประกอบของสารที่เรียกว่า GTF (Glucose tolerance factor) โดยทำงานร่วมกับ ไนอาซิน และ กรดอะมิโน อีกหลายชนิด นอกจากนั้น โครเมียม อาจมีบทบาทในการเพิ่ม HDL หรือ คลอเรสเตอรอล ชนิดดี และ ลดระดับ คลอเรสเตอรอล ทั้งหมด

โครเมียม จะกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน และขบวนการสังเคราะห์กรดไขมัน และ คลอเรสเตอรอล จึงดูเหมือนว่า โครเมียม จะเพิ่มประสิทธิภาพของอินซูลิน และการจัดการกับน้ำตาลกูลโคส ป้องกันการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ (เพราะว่ามีอินซูลินมากเกินไป) หรือโรค เบาหวาน (เพราะว่ามีอินซูลินน้อยเกินไป)

จากการศึกษาพบว่า โครเมียม แบบที่เรียกว่า โครเมียมพิกโคลิเนต (Chromium Picolinate) มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงปริมาณของไขมันในร่างกาย โดยพบว่า โครเมียมพิกโคลิเนต อาจจะลดปริมาณไขมัน และกระตุ้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อ โดยมีงานวิจัยที่ทดลองให้ โครเมียมพิกโคลิเนต ขนาด 400 ไมโครกรัมต่อวันกับอาสาสมัครเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่ามีการลดลงของปริมาณไขมันในร่างกาย และ น้ำหนักร่างกาย อย่างไรก็ตาม การศึกษาอื่นก็ไม่สามารถยืนยันผลของ โครเมียมพิกโคลิเนต ต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

ประโยชน์ของโครเมียม

คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเสริม โครเมียม เลยหากสามารถรับประทานได้จากอาหารได้อย่างเพียงพอ แต่ทั้งนี้ในปัจจุบันอาหารที่เรารับประทานมักจะผ่านกรรมวิธีมามากจนทำให้สารอาหารต่างๆ รวมทั้ง โครเมียม ถูกขจัดออกไปจากอาหารทำให้ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องพิจารณารับประทาน โครเมียม เป็นอาหารเสริม เหมือนกับวิตามินตัวอื่นๆ

- ลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย
จากหลักฐานการศึกษาวิจัยพบว่า โครเมียม (ทั้งในรูปแบบพิกโคลิเนตและอื่นๆ) พบว่ามีผลในการลดระดับ คลอเลสเตอรอล ในร่างกาย โดยการมีบทบาทไปเพิ่ม HDL หรือ คลอเรสเตอรอล ชนิดดี และ ลดระดับ คลอเรสเตอรอล ทั้งหมด

- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและโรคเบาหวาน
ในผู้ป่วยโรค เบาหวาน แบบที่ 2 โครเมียมมีส่วนในการช่วยรักษาปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้คงที่ (ในขบวนการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต) ในงานวิจัยพบว่าอินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อนจะมีความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือด แต่ปัญหาคือเซลร่างกายผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน โครเมียม เป็นส่วนประกอบของสารที่เรียกว่า GTF (Glucose tolerance factor) โดยทำงานร่วมกับ ไนอาซิน และ กรดอะมิโน อีกหลายชนิดจะไปช่วยกระตุ้นให้เซลร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ระดับน้ำตาลเข้าสู่ระดับปกติ มีการทดลองซึ่งเป็นการทดลองแบบที่ทั้งผู้ทดสอบและผู้ถูกทดสอบจะไม่มีใครทราบเลยว่าได้ยาที่มีส่วนผสมของ โครเมียม หรือไม่มี เพื่อตัดตัวแปรด้านความรู้สึกของผู้เข้าการทดลองที่อาจะมีผลต่อการวัดผลในประสิทธิภาพของ โครเมียม ซึ่งผลการทดลองสนับสนุนสรรพคุณด้านการลดน้ำตาลในเลือดของ โครเมียม

เนื่องจาก โครเมียม ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยในการทำให้ glucose tolerance ดีขึ้น ดังนั้นการได้รับ โครเมียม จึงมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรค เบาหวาน ชนิดที่ 2 คนที่มีอาการระดับน้ำตาลในเลือดต่ำก็มีอาการดีขึ้น เมื่อได้รับ โครเมียม 200 ไมโครกรัมต่อวัน

- ช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก
มีเพียง โครเมียมพิกโคลิเนต ที่แสดงผลในเรื่องนี้คือมันไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และไปเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ มีการศึกษาเมื่อปี 1998 โดยมีอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 122 คนที่เป็นสมาชิกของเฮลท์คลับต่างๆ ในเทกซัสได้รับ โครเมียม จำนวน 400 ไมโครกรัมต่อวันของ โครเมียมพิกโคลิเนต หรือยาหลอกเป็นระยะเวลติดต่อกัน 3 เดือน คนที่ได้รับ โครเมียม มีไขมันในร่างกายลดลง 6 ปอนด์ (2.7 กิโลกรัม) ขณะที่คนที่ได้รับยาหลอกลดลงเพียง 3 ปอนด์ (1.3 กิโลกรัม)

นอกจากนี้จากผลการทดลองดังกล่าวจึงมีการใช้ โครเมียมพิกโคลิเนต ในกลุ่มผู้รักการออกกำลังกายเพื่อที่จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และลดไขมันในร่างกาย เมื่อรับประทาน โครเมียมพิกโคลิเนต ร่วมกับการออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอ

แหล่งที่พบโครเมียม
แหล่งที่พบโครเมียมที่ดีที่สุด คือ ในยีสต์ (Brewer’s yeast) นอกจากนั้นก็ยังพบใน เมล็ดธัญพืช และ ซีเรียล ซึ่งปรกติจะถูกทำลายไปในระหว่างกระบวนการผลิต เบียร์บางยี่ห้อก็อาจจะมี โครเมียม ในปริมาณมาก

ใครที่จะขาดโครเมียม
เนื่องจากคนทั่วไปได้รับ โครเมียม ในปริมาณที่ต่ำกว่าที่ US RDA ได้แนะนำไว้คือ 50 – 200 ไมโครกรัมต่อวัน และ ประมาณ 3 % ของ โครเมียม ในอาหารที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย คนทั่วไปควรได้รับ โครเมียม เป็นอาหารเสริม การที่รับประทานอาหารประเภทน้ำตาล และอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง ก็อาจจะทำให้เกิดการขาด โครเมียม และเร่งให้เกิดโรค เบาหวาน ได้

พบว่า คนในกลุ่มผู้สูงอายุ นักกีฬา และหญิงมีครรภ์ เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาด โครเมียม มากที่สุด เมื่อร่างกายขาด โครเมียม จะมีอาการต่อไปนี้ คือ มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรค เช่น impaired glucose tolerance, glycosuria, อาการระดับน้ำตาลสูงเมื่ออดอาหาร fasting hyperglycemia, ระดับอินซูลินในเลือดสูงขึ้น และ การทำงานของอินซูลินลดลง (ซึ่งเหล่านี้ล้วนอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน)

ข้อระวังในการใช้

- ผู้ป่วยโรค เบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการรับประทาน เนื่องจาก โครเมียม อาจจะไปมีผลทำให้ความต้องการอินซูลินหรือยาลดน้ำตาลในเลือดลดน้อยลงได้

- อย่ารับประทานพร้อมๆ กับแคลเซียมคาร์บอเนต หรือยาลดกรดต่างๆในเวลาเดียวกันเพราะมันอาจจะไปรบกวนการดูดซึมของโรคเมียมได้

- การรัLinkบประทาน โครเมียม ในปริมาณสูงๆ อาจจะไปรบกวนการดูดซึม สังกะสี (Zinc) ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มปริมาณการรับประทาน สังกะสี ให้เพิ่มมากขึ้นแทน

---สนใจสั่งซื้อสินค้า Click ที่นี้---