แนะนำสรรพคุณ อาหารเสริม สำหรับบุคคลที่สนใจ รักษาสุขภาพตัวเอง ให้ดูดี อยู่เสมอ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บำรุงหัวใจ แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555
PABA Aminobenzoic Acid ป้องกันผมหงอก ลำไส้มีสุขภาพดี ผิวดี บำรุงตับ หัวใจ ได้จริงหรอ
พาบา (PABA-Aminobenzoic Acid)
พาบาเป็นสมาชิกในกลุ่มวิตามินบีรวม และถือว่าเป็นวิตามินเทียมสามารถละลายน้ำได้ โดยจะชอบอยู่รวมกับกรดโฟลิค พบว่าสะสมอยู่ใต้เนื้อเยื้อผิวหนังของร่างกาย มีส่วนช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดี ช่วยให้โปรตีนทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้มีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น
ประโยชน์ของพาบา (PABA)
- ส่งเสริมการสร้างกรดโฟลิค เป็นตัวช่วยผลิตกรดแพนโทเธ็นนิค
- ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
- ทำงานร่วมกับโคลีนในการป้องกันหลอดเลือดแดงเข็งตัว
- ป้องกันผมหงอก
- ควบคุมสุขภาพของผิวหนัง
- ทำหน้าที่กรอกแสงที่มาทำอันตราบกับผิว
- บำรุงสุขภาพของตับไต
- บำรุงสุขภาพของหัวใจ
- ส่งเสิมการเจริญเติบโตของร่างกาย
อาการขาดพาบา (PABA)
- การย่อยอาหารผิดปกติ
- อ่อนเพลีย หงุดหงิด ปวดศีรษะ
>> สนใจสั่งซื้อ PABA <<
ป้ายกำกับ:
กรดโฟลิค,
บำรุงตับ,
บำรุงหัวใจ,
ผมหงอก,
แพนโทเธ็นนิค,
Aminobenzoic,
PABA
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
Selenium ซีลีเนียม ประโยชน์ที่มากคุณค่า
ซีลีเนียม (Selenium)
ซีลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ทำงานร่วมกับวิตามินอี หากได้รับพร้อมกันจะมีประสิทธิภาพสูงในการขจัดอนุมูลอิสระ ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับกระบวนการเมทาบอลิซึม ช่วยให้ตับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังพบในอสุจิ การขาดซีลีเนียมอาจทำให้เพศชายเป็นหมันได้
หน้าที่สำคัญของซีลีเนียม
ซีลีเนียมช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ต้านอนุมูลอิสระ เช่น กลูตาไธโอนเปอร์ออกซิเดส จึงช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมทั้งกล้ามเนื้อหัวใจ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำให้สามารถต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดี
ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับการมองเห็นบำรุงสุขภาพผิวและผม ช่วยป้องกันรังแค ลดการอักแสบ และบรรเทาอาการต่างๆ ของสตรีวัยหมดประจำเดือน
ข้อมูลทั่วไป
- ซีลีเลียม เป็นเกลือแร่ส่วนน้อยที่สำคัญต่อร่างกาย ถึงแม้จะพบในร่างกายเพียงเล็กน้อยก็ตาม ซีลีเนียม มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติหน้าที่ของวิตามินอี เกลือแร่ชนิดนี้มีจะถูกกระทบเทือน หรือถูกทำลายโดยความร้อน อาหารที่ปรุงแบบสลับซับซ้อนหรืออาหารแปรรูป เช่น พวกข้าวทำเป็นแป้งจะสูญเสีย ซีลีเนียม ไป 50-75% และถ้าต้มจะสูญเสียไปประมาณ 45 %
ประโยชน์ของซิลีเนียมในการรักษาโรค
- มะเร็ง มีรายงานว่าผู้ที่กินอาหารซึ่งมีซิลีเนียมสมบูรณ์เพียงพอ จะมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งต่ำกว่ากลุ่มคนที่กินอาหารที่มีซิลีเนียมปริมาณต่ำ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาว่าการกินผลิตภัณฑ์เสริมซิลีเนียมนั้นช่วยลดโรคมะเร็งหลายชนิดได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งลำไส้ตรง
- กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การได้รับซิลีเนียมต่ำอาจทำให้ไวรัสธรรมดาในร่างกายออกกฤทธิ์เป็นเชื้อโรคได้ ผลิตภัณฑ์เสริมซิลีเนียมช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายสามารถป้องกันโรคติดเชื้อได้ดีขึ้น
- รักษาสิว ร่างกายจำเป็นต้องใช้ซิลีเนียมในการผลิตเอนไซม์ชื่อ กลูทาไทโอน ในการศึกษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะสิวหนองกำเริบรุนแรงพร้อมกับการทำงานของเอนไซม์กลูตาไธโอนเพอร์ออกซิเดสอยู่ในระดับต่ำนั้น พบว่าเมื่อเสริมด้วยซิลีเนียม 200 มิลลิกรัม วิตามินดี 10 มิลลิกรัมร่วมกัน อาการกลับดีขึ้นใน 6-12 สัปดาห์
- สุขภาพหัวใจ ซิลีเนียมมีประโยชน์ต่อหัวใจ โดยช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายผนังหลอดเลือดแดง และลดการสร้างก้อนไขมันซึ่งจะไปอุดตันที่ผนังหลอดเลือดแดง
แหล่งที่พบ
- อาหาร ที่มี ซีลีเนียม มากที่สุดได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ เครื่องใน กล้ามเนื้อสัตว์ ปลา หอย ข้าวต่างๆที่ยังไม่ขัดสี ซีเรียล และผลิตภัณฑ์ นม นอกจากนี้ได้จากกระเทียม เห็ด บรอคโคลี่ หัวหอม มะเขือเทศ สัตว์ปีก ไข่ และอาหารทะเลต่างๆ
- ปริมาณของ ซีลีเนียม ที่เราได้ จากพืชผักที่ขึ้นอยู่บนดินที่ปลูกถือว่าได้ ซีลีเนียม โดยตรง และจากสัตว์เนื่องจากพืชผักที่เราให้สัตว์กินซึ่งถือว่าได้ ซีลีเนียม ทางอ้อม และบางครั้งพบว่ามีปริมาณ ซีลีเนียม สูง แต่ถ้ามีกำมะถันปนลงไปในปุ๋ยหรือดินที่ปลูก กำมะถันจะกั้นการดูดซึมเกลือแร่ของพืชได้ด้วย เราจะได้ ซีลีเนียม น้อยหรือไม่ได้เลย
อาการขาดซีลีเนียม
- ติดเชื้อได้ง่าย
- ความดันโลหิตสูง
- ผิวหนังเหี่ยวย่นและมีจุด
- เป็นหมัน
- ต้อกระจก
- เป็นรังเค
---สนใจสั่งซื้อ Selenium กดที่นี้ครับ---
ซีลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ ทำงานร่วมกับวิตามินอี หากได้รับพร้อมกันจะมีประสิทธิภาพสูงในการขจัดอนุมูลอิสระ ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับกระบวนการเมทาบอลิซึม ช่วยให้ตับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังพบในอสุจิ การขาดซีลีเนียมอาจทำให้เพศชายเป็นหมันได้
หน้าที่สำคัญของซีลีเนียม
ซีลีเนียมช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ต้านอนุมูลอิสระ เช่น กลูตาไธโอนเปอร์ออกซิเดส จึงช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมทั้งกล้ามเนื้อหัวใจ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำให้สามารถต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ดี
ซีลีเนียมจำเป็นสำหรับการมองเห็นบำรุงสุขภาพผิวและผม ช่วยป้องกันรังแค ลดการอักแสบ และบรรเทาอาการต่างๆ ของสตรีวัยหมดประจำเดือน
ข้อมูลทั่วไป
- ซีลีเลียม เป็นเกลือแร่ส่วนน้อยที่สำคัญต่อร่างกาย ถึงแม้จะพบในร่างกายเพียงเล็กน้อยก็ตาม ซีลีเนียม มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติหน้าที่ของวิตามินอี เกลือแร่ชนิดนี้มีจะถูกกระทบเทือน หรือถูกทำลายโดยความร้อน อาหารที่ปรุงแบบสลับซับซ้อนหรืออาหารแปรรูป เช่น พวกข้าวทำเป็นแป้งจะสูญเสีย ซีลีเนียม ไป 50-75% และถ้าต้มจะสูญเสียไปประมาณ 45 %
ประโยชน์ของซิลีเนียมในการรักษาโรค
- มะเร็ง มีรายงานว่าผู้ที่กินอาหารซึ่งมีซิลีเนียมสมบูรณ์เพียงพอ จะมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งต่ำกว่ากลุ่มคนที่กินอาหารที่มีซิลีเนียมปริมาณต่ำ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาว่าการกินผลิตภัณฑ์เสริมซิลีเนียมนั้นช่วยลดโรคมะเร็งหลายชนิดได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งลำไส้ตรง
- กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การได้รับซิลีเนียมต่ำอาจทำให้ไวรัสธรรมดาในร่างกายออกกฤทธิ์เป็นเชื้อโรคได้ ผลิตภัณฑ์เสริมซิลีเนียมช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ร่างกายสามารถป้องกันโรคติดเชื้อได้ดีขึ้น
- รักษาสิว ร่างกายจำเป็นต้องใช้ซิลีเนียมในการผลิตเอนไซม์ชื่อ กลูทาไทโอน ในการศึกษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะสิวหนองกำเริบรุนแรงพร้อมกับการทำงานของเอนไซม์กลูตาไธโอนเพอร์ออกซิเดสอยู่ในระดับต่ำนั้น พบว่าเมื่อเสริมด้วยซิลีเนียม 200 มิลลิกรัม วิตามินดี 10 มิลลิกรัมร่วมกัน อาการกลับดีขึ้นใน 6-12 สัปดาห์
- สุขภาพหัวใจ ซิลีเนียมมีประโยชน์ต่อหัวใจ โดยช่วยป้องกันอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายผนังหลอดเลือดแดง และลดการสร้างก้อนไขมันซึ่งจะไปอุดตันที่ผนังหลอดเลือดแดง
แหล่งที่พบ
- อาหาร ที่มี ซีลีเนียม มากที่สุดได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ เครื่องใน กล้ามเนื้อสัตว์ ปลา หอย ข้าวต่างๆที่ยังไม่ขัดสี ซีเรียล และผลิตภัณฑ์ นม นอกจากนี้ได้จากกระเทียม เห็ด บรอคโคลี่ หัวหอม มะเขือเทศ สัตว์ปีก ไข่ และอาหารทะเลต่างๆ
- ปริมาณของ ซีลีเนียม ที่เราได้ จากพืชผักที่ขึ้นอยู่บนดินที่ปลูกถือว่าได้ ซีลีเนียม โดยตรง และจากสัตว์เนื่องจากพืชผักที่เราให้สัตว์กินซึ่งถือว่าได้ ซีลีเนียม ทางอ้อม และบางครั้งพบว่ามีปริมาณ ซีลีเนียม สูง แต่ถ้ามีกำมะถันปนลงไปในปุ๋ยหรือดินที่ปลูก กำมะถันจะกั้นการดูดซึมเกลือแร่ของพืชได้ด้วย เราจะได้ ซีลีเนียม น้อยหรือไม่ได้เลย
อาการขาดซีลีเนียม
- ติดเชื้อได้ง่าย
- ความดันโลหิตสูง
- ผิวหนังเหี่ยวย่นและมีจุด
- เป็นหมัน
- ต้อกระจก
- เป็นรังเค
---สนใจสั่งซื้อ Selenium กดที่นี้ครับ---
ป้ายกำกับ:
ความดัน,
ซีลีเนียม,
ต้านมะเร็ง,
บำรุงหัวใจ,
ภูมิคุ้มกัน,
รังแค,
ลดสิว,
Selenium
Coenzyme Q10 โคเอนไซม์คิวเท็น บำรุงหัวใจ ต่อต้านอนุมูลอิสระ
โคเอนไซม์ Q10
สาร ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอการสูญเสียไฮยาลูโรเนดในผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างพลังงาน จึงพบโคเอนไซม์ Q10 มากในผิวและอวัยวะที่ต้องการพลังงาน เช่น หัวใจ
ตับ มีการทดลองมากมายพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโคเอนไซม์ Q10 อย่างการทาจะป้องกัน UVA ได้ดี ผลพลอยได้คือช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและไฮยาลูโรเนดในผิว ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้สวยขึ้นภายใน 6 เดือน ปกติร่างกายจะสังเคราะห์โคเอนไซม์ Q10 จากอาหารประเภท
โปรตีน คือ ปลาและเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะตับและหัวใจ มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า Q10 ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น ถ้าขาด Q10 กล้ามเนื้อหัวใจจะอ่อนแรงลงและทำงานได้ไม่ดี ทำให้มีการใช้ Q10 เกี่ยวกับการช่วยบำรุงหัวใจอย่างกว้างขวาง
บุคคลใดที่ต้องการอาหารเสริมสำหรับผิว ?
1.หากอายุมากกว่า 20 ปี ระบบซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายจะด้อยประสิทธิภาพลง ประกอบกับฮอร์โมนที่ลดลงและภูมิคุ้มกันไม่สมดุลจึงส่งผลต่อผิว
2.การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือการกินอาหารที่มีสารพิษเจือปนทำให้ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์สารที่จำเป็นต่อร่างกายได้
3. เมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะ หรือมีความเครียดในการทำงานสูง
ประโยชน์ของ Q10
1.โรคหัวใจและหลอดเลือด
ใน ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ คลอเลสเตอรอล ในเลือดสูงเกินไป จนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน ซึ่ง Q10 ช่วยแก้ปัญหาได้โดยไปยับยั้งไม่ให้ คลอเลสเตอรอล จับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด
นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคความดัน โลหิตสูง ซึ่งปัจจุบันประชาชนประมาณ 1 ใน 3 มี ปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบต่อกลุ่มคนดังกล่าว และก็เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักมีอาการขาด Q10 การรับประทาน Q10 อาจจะช่วยให้อาการความดันโลหิตสูงดีขึ้น และยังช่วยอาการแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย
จะเห็นได้ว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคหัวใจ และหลอดเลือดอย่างชัดเจน
2.โรคอัลไซเมอร์
โรค อัลไซเมอร์ เป็นโรคของการเสื่อมทางสติปัญญาที่พบได้เมื่อวัยมากขึ้น การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วย การทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น
และเนื่องจากคุณสมบัติในการต้าน อนุมูลอิสระของ Q10 ที่สามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมอง และโรคชรา จะเห็นได้ว่าหมอบางคนแนะนำให้กับผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไปให้รับประทาน Q10 เพื่อ ที่จะช่วยอาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยชลอการทำลายของเซลสมองอันเนื่องมาจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคชรา แต่อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
3. ลดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
Q10 เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้ โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่า ความลึกของริ้วรอยลดลงถึง 27% เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ ดังนั้น Q10 จึงมีส่วนช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี
วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
Coenzyme Q10 โคเอนไซม์คิวเท็น บำรุงหัวใจ ต่อต้านอนุมูลอิสระ
โคเอนไซม์ Q10
สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอการสูญเสียไฮยาลูโรเนดในผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างพลังงาน จึงพบโคเอนไซม์ Q10 มากในผิวและอวัยวะที่ต้องการพลังงาน เช่น หัวใจ
ตับ มีการทดลองมากมายพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโคเอนไซม์ Q10 อย่างการทาจะป้องกัน UVA ได้ดี ผลพลอยได้คือช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและไฮยาลูโรเนดในผิว ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้สวยขึ้นภายใน 6 เดือน ปกติร่างกายจะสังเคราะห์โคเอนไซม์ Q10 จากอาหารประเภท
โปรตีน คือ ปลาและเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะตับและหัวใจ มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า Q10 ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น ถ้าขาด Q10 กล้ามเนื้อหัวใจจะอ่อนแรงลงและทำงานได้ไม่ดี ทำให้มีการใช้ Q10 เกี่ยวกับการช่วยบำรุงหัวใจอย่างกว้างขวาง
บุคคลใดที่ต้องการอาหารเสริมสำหรับผิว ?
1.หากอายุมากกว่า 20 ปี ระบบซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายจะด้อยประสิทธิภาพลง ประกอบกับฮอร์โมนที่ลดลงและภูมิคุ้มกันไม่สมดุลจึงส่งผลต่อผิว
2.การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือการกินอาหารที่มีสารพิษเจือปนทำให้ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์สารที่จำเป็นต่อร่างกายได้
3. เมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะ หรือมีความเครียดในการทำงานสูง
ประโยชน์ของ Q10
1.โรคหัวใจและหลอดเลือด
ใน ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ คลอเลสเตอรอล ในเลือดสูงเกินไป จนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน ซึ่ง Q10 ช่วยแก้ปัญหาได้โดยไปยับยั้งไม่ให้ คลอเลสเตอรอล จับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด
นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งปัจจุบันประชาชนประมาณ 1 ใน 3 มี ปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบต่อกลุ่มคนดังกล่าว และก็เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักมีอาการขาด Q10 การรับประทาน Q10 อาจจะช่วยให้อาการความดันโลหิตสูงดีขึ้น และยังช่วยอาการแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย
จะเห็นได้ว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคหัวใจ และหลอดเลือดอย่างชัดเจน
2.โรคอัลไซเมอร์
โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคของการเสื่อมทางสติปัญญาที่พบได้เมื่อวัยมากขึ้น การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วย การทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น
และเนื่องจากคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของ Q10 ที่สามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมอง และโรคชรา จะเห็นได้ว่าหมอบางคนแนะนำให้กับผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไปให้รับประทาน Q10 เพื่อ ที่จะช่วยอาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยชลอการทำลายของเซลสมองอันเนื่องมาจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคชรา แต่อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
3. ลดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
Q10 เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้ โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่า ความลึกของริ้วรอยลดลงถึง 27% เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ ดังนั้น Q10 จึงมีส่วนช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี
ป้ายกำกับ:
โคเอนไซม์คิวเท็น,
ต่อต้านอนุมูลอิสระ,
บำรุงหัวใจ,
Q10
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)